
ชาเขียว กับ มัทฉะ คือ มาจากต้นชาซึ่งเป็นพืชในวงศ์ Theaceae มัทฉะ ภาษาอังกฤษ Matcha มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis เหมือนกัน แต่ต่างกันตั้งแต่กระบวนการปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวแปรรูปนำมาใช้ ชาเขียวจะปลูกภายใต้แสงแดด แล้วเก็บยอดใบชานำมาผ่านกระบวนการตากแดด นึ่ง คั่ว และอบให้แห้ง ได้เป็นใบชาแห้ง แน่นอนว่าต้องเป็นร้าน DOTP Cafe
ส่วนมัทฉะปลูกอย่างพิถีพิถันภายใต้สแลนกันแดดอย่างน้อย 20 วันขณะที่ใบชาแตกยอดอ่อนก่อนการเก็บเกี่ยว ให้ใบชาโดนแสงแดดน้อยที่สุด เพื่อกระตุ้นให้ผลิตคลอโรฟิลล์ทำให้ใบชามีสีเขียวเข้ม และหยุดการสร้างสารแทนนินซึ่งเป็นสารที่ให้รสฝาด ใบชาจึงฝาดน้อยลง ขณะเดียวกันสารธีอะนีนซึ่งเป็นกรดอะมิโนให้รสอูมามิในใบชาจะเพิ่มขึ้น จากนั้นจะเด็ดยอดอ่อนใบชาเลือกเฉพาะยอดที่บานสะพรั่ง นำมาอบด้วยไอน้ำ แล้วเป่าลมให้ความชื้นระเหยจนแห้ง รีดให้แบนเรียกว่า Tencha หรือใบชาแห้ง นำไปบดเป็นผงละเอียดได้มัทฉะ
ชาเขียว จึงเป็นใบชาที่เรานำมาต้มกรองใบทิ้งและดื่มแต่น้ำ ขณะที่การดื่มมัทฉะคือเรากำลังดื่มและกินใบชาบดละเอียดทั้งใบอยู่
เมนูยอดฮิตสำหรับ เมนูมัทฉะ สำหรับร้านของเรา
- เพียวมัทฉะ (Pure matcha)
- มัทฉะลาเต้ (matcha latte)
- มัทฉะ สตอรว์เบอร์รี่ (matcha strawberry)
- มัทฉะ โคโค่นัท (matcha Coconut)
- มัทฉะ น้ำส้มคั้นสด (matcha Orege) menu matcha คลิกเลย

ประโยชน์ของ มัทฉะ เพียวมัทฉะ มัทฉะลาเต้
- ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า มัทฉะมีคาเฟอีน (Caffeine) ที่ทำให้รู้สึกตื่นตัว การทำงานของคาเฟอีนในมัทฉะจะค่อยๆ ปล่อยออกมา ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ายาวนานตลอดทั้งวัน แตกต่างคาเฟอีนในกาแฟที่ให้ความรู้สึกตื่นตัวทันทีที่ดื่มและลดลงในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ร่างกายต้องการคาเฟอีนเพิ่มขึ้น
- อุดมด้วย EGCG เป็นสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มคาเทชิน (Catechins) พบได้เฉพาะในพืช และมีอยู่มากในชาเขียว เป็นสารสำคัญที่ช่วยลดการอักเสบ และช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์
- เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลในร่างกาย มัทฉะมีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันสมดุลต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น
- ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ มัทฉะมีส่วนช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย และช่วยลดการสะสมของไขมัน นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ดื่มก่อนออกกำลังกาย 30 นาที จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ลดความเครียด มัทฉะมีกรดอะมิโนชื่อว่า L-theanine ที่ช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด และช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำมากขึ้น ทำให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- สุขภาพหัวใจ คาเทชินในมัทฉะยังมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งปรับสมดุลความดันโลหิต
- บำรุงผิวพรรณ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติในการลดการอักเสบ มัทฉะจึงช่วยบำรุงผิวพรรณ ลดริ้วรอยและการอักเสบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากมลภาวะเช่นแสงแดด
มัทฉะมีกี่ประเภท และมีความหมายอย่างไร
โดยหลักการแล้วมัทฉะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ พิจารณาจากการเก็บเกี่ยว คุณภาพ และการนำมาใช้ คือ Ceremonial Grades และ Culinary Grades
- Ceremonial Grades: เกรดพิธีการ เป็นมัทฉะจากการเก็บเกี่ยวยอดใบชาที่ออกรอบแรกเท่านั้น โดยจะเก็บในช่วงฤดูใบไม้ผลิในเดือนเมษายนของญี่ปุ่น ซึ่งให้คุณภาพสูงสุด ใบชาสีเขียวเข้มสดมีอะธีนีนซึ่งเป็นกรดอะมิโนให้รสอูมามิในใบชาอยู่มาก ชาเขียวเกรดพิธีการจึงรสชาตินุ่มนวล อูมามิ สีเขียวสดและราคาค่อนข้างสูง ใช้ในพิธีชงชาของญี่ปุ่นและเป็นเกรดที่เหมาะกับการชงดื่ม
- Culinary Grades: เกรดประกอบอาหาร เป็นมัทฉะจากการเก็บเกี่ยวรอบที่สอง คุณภาพรองลงมาจากเกรดแรก เหมาะใช้ทำอาหาร เบเกอรีและเครื่องดื่ม ชาเขียวเกรดนี้ยังแบ่งแยกย่อยลดหลั่นตามคุณภาพลงไปอีกรสชาติมีตั้งแต่ติดฝาดเล็กน้อยไปจนถึงขมฝาด เช่น Ingredient Grades เป็นมัทฉะจากการเก็บหลังรอบที่สอง ให้รสชาติขมฝาด เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเท่านั้น
- นอกจาก 2 ประเภทหลักๆ ในทางการค้า เราอาจจะเจอคำว่า Premium Grades มัทฉะสำหรับใช้ชงโดยเฉพาะ เป็นเกรดที่อยู่ระหว่าง Ceremonial กับ Culinary มีใบชาทั้งที่เก็บรอบแรกและรอบสองผสมกัน หรือเป็นชาเก็บรอบที่สองซึ่งพิถีพิถันคัดแยกมาเป็นอย่างดี ให้รสชาตินุ่มนวล หวานอ่อน รองลงมาจากเกรดพิธีการ

สีของมัทฉะบ่งบอกอะไร?
มัทฉะมีสีเขียวเข้มสดไปจนถึงเขียวอ่อนออกเหลืองคล้ำ สีของมัทฉะบ่งบอกถึงคุณภาพและเกรดของมัทฉะ โดยเฉพาะสีเขียวเข้มสดมักพบได้ในมัทฉะเกรดเกรดพิธีการที่ใช้ในพิธีชงชาของญี่ปุ่น ยิ่งสีเขียวเข้มรสชาติยิ่งดี อูมามิ หวานปลาย ไม่มีรสขมฝาดเฝื่อน เพราะมีอะธีนีนและคลอโรฟิลล์อยู่มาก ส่วนมัทฉะสีเขียวอ่อนเหลืองคล้ำรสชาติยิ่งขม เฝื่อน ลดหลั่นกันไปตามความเข้มของสี (อนึ่ง ชาเขียวบางสายพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่ดินภูเขาไฟอาจมีสีเขียวใสอ่อนอยู่แล้วเช่นมัทฉะจาก Kagoshima)
อุปกรณ์ที่เอาสำหรัชง เมนูมัทฉะ
- ผงมัทฉะ เลือกเกรดที่ใช้สำหรับชงจะดีที่สุด อย่างเกรดพิธีการ เกรดพรีเมียมหรือเกรดพรีเมียมสุดในประเภท Culinary ซึ่งชงได้และทำเบเกอรีได้ แม้เกรดพิธีการหรือเกรดพรีเมียมจะมีราคาสูงสักหน่อยแต่เมื่อเอามาชงเพียวมัทฉะหรือเคลียร์มัทฉะจะให้รสชาติดี อูมามิ ไม่ฝาด และมีชั้นของฟองโฟมมากเมื่อตี ทำให้สัมผัสละมุน และดื่มได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งไซรัป
- ไม้ตักมัทฉะ (Chashaku) เป็นไม้ไผ่สำหรับตักมัทฉะตามแบบฉบับญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ช่วยให้เรากำหนดปริมาณผงมัทฉะได้คร่าวๆ โดยไม่ต้องใช้เครื่องตวง หนึ่งช้อนไม้ตักจะอยู่ประมาณ 1-1.5 กรัม (ใครมีเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลอยู่แล้วจะนำมาใช้วัดปริมาณแทนก็ได้)
- แปรงตีชา (Chasen) หรือไม้ตีฟองชา ทำมาจากไม้ไผ่ ช่วยให้ผงมัทฉะกระจายตัวกับน้ำได้ดี
- กระชอนกรองผงมัทฉะ ช่วยร่อนมัทฉะให้กระจายตัว ไม่จับกันเป็นก้อน เมื่อนำมัทฉะที่ผ่านการร่อนแล้วมาชงจะละลายง่ายขึ้น
- ถ้วยชา หรือ กระบอกเช็ก shaker (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ถ้วยชาสำหรับตีมัทฉะส่วนใหญ่เป็นเซรามิกที่มีรูปทรงเฉพาะเหมาะกับการตีชาและขอบถ้วยจะมีปากสำหรับเทชา / อีกวิธีการชงชาที่สะดวกและได้ผลดีคือใช้กระบอกเช็กแทนการชงแบบดั้งเดิม
ขอบคุณขอมูลจากเพจ krua
